ลาว 4 วัน 3 คืน

(เดินทางโดยรถยนต์)

Share

Share

โปรแกรม 4 วัน 3 คืน วังเวียง – บ้านซ่างไห่ – ถ่ำติ่ง – วัดเชียงทอง - พระธาตุพูสี - บ้านผานม –ตักบาตรข้าวเหนียว - พระราชวังเก่า – วัดวิชุน – ช้อปปิ้งตลาดกลางคืน - เวียงจันทน์ (เดินทางโดยรถยนต์)


v วันแรกของการเดินทาง v หนองคาย -หลวงพระบาง

เวลา 06.00 น.
เดินทางถึงจังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่คอยอำนวยนำท่านอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และทานอาหารเช้าแบบ
บุพเฟ่ ที่โรงแรม หลังจากนำคณะไปยังที่ท่าเสด็จหนองคาย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ผ่านด่านเข้าลาว ข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว สะพานเชื่อม สัมพันธ์ไมตรีไทย – ลาว สู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านตลาดสีไค – นาทราย –โพนชัย –เชิงเขาภูพระ และหินเทิน

เวลา 12.00 น.
บริการอาหารกลางวัน วังเวียง

เวลา 13.00 น.
นำท่านออกเดินทางต่อ ผ่านหมู่บ้านผาตั้ง –กาสี-เขานมสาว-ยอดภูคูณ ที่มีธรรมชาติสวยสดงดงาม ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ และสมบูรณ์ไปด้วย ป่าไม้ สายน้ำ ภูเขา อากาศเย็นสบาย

เวลา 19.00 น.
เดินทางถึงหลวงพระบาง

เวลา 19.30 น.
บริการอาหารเย็น จากนั้นนำสู่โรงแรม ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย


v วันที่สองของการเดินทาง v หลวงพระบาง-ตักบาตรข้าวเหนียว- – วัดเชียงทอง-พระธาตุพูสี-บ้านผานม - ถ้ำติ่ง –หมู่บ้านช่างไห -พระราชวังเก่า – หอพิพิธภัณฑ์ – วัดวิชุน

เวลา 05.30 น.
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า นำท่านสัมผัสกลิ่นอายของอารยธรรม แห่งล้านช้างเมืองหลวงพระบางโดยนำท่านใส่บาตรทำบุญกับชาวบ้านหลวงพระบาง ทุกๆเช้าชาวหลวงพระบางเกือบแทบทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอใส่บาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์ที่ออกมาบินฑบาตรยามเช้าเรียงรายนับร้อยๆรูปเป็นภาพยามเช้าที่สะท้อนถึงชีวิตชาวหลวงพระบาง อันสงบสุข และความเลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรม ของชาวล้านช้างที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนจากนั้นนำท่านสัมผัสชีวิตชาวบ้านยามเช้าที่ออกมาจับจ่ายซื้อของและค้าขายเป็นวิถีชาวบ้านที่แท้จริงให้ท่านอิสระกับการชมตลาดเช้าพื้นบ้าน ริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้เวลาพอสมควรนำท่านกลับที่พัก

เวลา 07.00 น.

อาหารเช้าโรงแรม
นำท่านชมวัดเชียงทองวัดหลวงที่สวยที่สุดในหลวงพระบางได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมของลาว สุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมสกุลล้านช้างที่สร้างความประทับใจ ตื่นตะลึงในความสวยงามยิ่งนัก วัดเชียงทองเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่บริเวณหัวแหลมลำน้ำคานไหลมาบรรจบกับลำน้ำโขง วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชในปี พ.ศ. 2102 – 2103 สิ่งที่เด่นที่สุด คือ สิม หรือ โบสถ์ ที่มีโครงสร้างคล้ายโบสถ์ล้านนามีหลังคาลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆเกือบถึงพื้น มองด้านหน้าโบสถ์จะมีรูปทรงคล้ายนกเหยี่ยว (ฮุ้ง) สยายปีกล่อนลงและกางปีกแตะพื้นดินหน้าบันตกแต่งด้วยไม้ฉลุลายลงรักษ์ปิดทอง ผนังโบสถ์โดดเด่นด้วยลวดลายปิดทองฉลุลายลงบนพื้นรักษ์สีดำและยังมีวิหารเล็กๆอีก 2 หลังที่ตกแต่งด้วยกระจกสีบนพื้น สีชมพูสดงดงามบริสุทธิ์แบบศิลปไร้มายา ( NAÏVE AT ) ยังมีโรงเมี้ยนโกศในวัดที่ออกแบบโดยเจ้ามณีวงศ์แกะสลักและตกแต่งลวดลายด้วยเรื่องรามเกียรติ์ เป็นฝีมื้อแกะสลักของช่างเพี้ยตัน ศิลปินแห่งชาติลาวที่งดงาม ด้วยองค์ประกอบทางศิลปะ ให้อารมณ์ และความรู้สึกอย่างสุดที่จะบรรยายชมภาพแกะสลักบานประตูรูปนาสีดาลุยไฟนั้นก็ดูร้อนเเรง เหมือนไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาจริงๆ เป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางไปชมหัตถกรรมพื้นบ้าน ที่บ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าของชาวไทลื้อที่อพยพมาจาก สิบสองปันนาตั่งแต่ ค.ศ.1947 ในอดีตหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านของข้าราชบริพาร ของเจ้ามหาชีวิตแห่งอาณาจักรล้านช้าง ผู้หญิงในหมู่บ้านมีหน้าที่หลักคือทอผ้าถวายราชสำนัก ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระเจ้ามหาชีวิตและราชวงศ์ ชาวผานมจึงมีฝีมือการทอผ้าทีประณีตสวยงามจนเป็นที่ลือเลื่องไปทั่วชีวิตประจำวันของผู้หญิงหมู่บ้านนี้จะผูกพันธ์กับการทอผ้าทุกครัวเรือนตั้งแต่เด็กสาวจนแก่ เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2518 ยกเลิกตำแหน่งเจ้ามหาชีวิต หมู่บ้านนี้จึงต้องหันมาทอผ้าขายนักท่องเที่ยวให้ท่านเลือกซื้อผ้าทอที่เป็นเอกลักษณ์ของลาวเพื่อเป็นของฝากและเป็นของที่ระลึก ได้เวลาพอสมควรนำท่านไปสักการะ พระธาตุพูสี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงถึง 150 เมตร ใจกลางของเมืองหลวงพระบาง พระธาตุองค์นี้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ใครที่ได้มาเยือนจะต้องขึ้นไปบูชาพระธาตุถ้าไม่ได้ขึ้นไปบูชาก็เสมือนมาไม่ถึงหลวงพระบางโดยท่านต้องเดินขึ้นบันไดสูงถึง 328 ขั้น ตลอดทางขึ้นท่านจะได้สัมผัสความร่มรื่น และหอมอบอวลไปด้วย ดงดอกจำปาหลากสีสันมองจากยอด พูสีลงมาเห็นภาพของราชธานีเก่าแก่ริมลำน้ำกว้างยาว สุดสายตาล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามที่ว่า บ้านผา เมืองภู อู่อารยธรรมล้านช้าง จากนั้นให้ท่านได้อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดมือจะมีชาวบ้านจากที่ต่างๆนำสินค้าที่ทำเอง ทอเอง มาวางขายเรียงรายตามถนน สินค้าพื้นเมืองหลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชม

หลังจากนั้นนำท่านลงเรือล่องลำน้ำโขง ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยริมฝั่งน้ำ แวะหมู่บ้านซ่างไหชุมชนริมแม่น้ำโขง ที่มีประวัติเคยขุดพบหม้อไห โบราณ อายุกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านมีอาชีพผลิตเหล้าพื้นเมืองขายจนเป็นที่เลื่องลือในรสชาตท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพ เช่น การทอดแห ตำข้าว ต้มเหล้าขาย การทอผ้า ล่องเรือชมเกาะแก่ง และชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง มุ่งสู่ ถ้ำติ่ง ถ้ำนี้เป็นศาสนสถานที่สำคัญของหลวงพระบาง ในอดีตเจ้ามหาชีวิตของทุกพระองค์ของลาวจะต้องเสด็จมาทำพิธี อดสรง (สรงน้ำพระ ) และฟังธรรมที่ถ้ำติ่งในวันสังขาร หรือวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปีถือเป็นราชประเพณีโบราณของลาว ถ้ำติ่ง มี 2 ชั้น คือ ถ้ำติ่งบน และถ้ำติ่งล่าง ทุกซอกทุกมุม ในถ้ำนี้จะมี พระพุทธรูปน้อยใหญ่ขนาดต่างๆกัน ทั้งที่ทำด้วยไม้และโลหะวางเรียงรายนับเป็นพันๆองค์ การสร้างพระพุทธรูปที่นำมาไว้ที่นี่เพื่อถวายเป็น พุทธบูชา พระพุทธรูปนี้สั่งสมมานับเป็นร้อยปีได้เวลาพอสมควรนำท่านล่องเรือกลับ

เวลา 12.00 น.
บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ปากอู

เวลา 13.30 น.
นำท่านชมเมืองหลวงพระบาง เมืองที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกบ้านเมืองที่ยังสมบูรณ์แบบด้วย
ศิลปและวัฒนธรรม ของล้านช้าง ทั้งสถาปัตย์ ก่อสร้างบ้านเมือง ผู้คนที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมไว้อย่างเหนียวแน่นมั่นคงและสืบทอดกันมา นำท่านชมพระราชวังหลวง พระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตลาว สร้างในปี ค.ศ. 1904 ( พ.ศ. 2447 ) มีอายุกว่า 100 ปี สถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบต่อมาได้รับการแก้ไขยอดปราสาทให้เป็นแบบศิลปลาวหรือลานช้างวังนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสมศิลปะล้านช้าง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหอพิพิธภัณฑ์ ใน ปี ค.ศ. 1975 ( พ.ศ.2519 ) ท่านจะได้ชมของที่มีค่าที่เคยเป็นเครื่องใช้สอย ของเจ้ามหาชีวิตลาว ห้องบรรทม ห้องหนังสือ ท้องพระโรง ห้องรับแขกบ้านแขกเมือง รวมทั้งของที่ระลึกจากประเทศต่างๆที่เคยมอบให้ไว้กับประเทศลาวเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีรวมถึงของไทยที่เคยมอบให้กับประเทศลาวและยังเป็นหอที่ประดิษฐานพระบางพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 1.14 ม. หนัก 54 กิโลกรัมกล่าวกันว่าทำด้วยทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางและของชาวลาวและเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง ตามชื่อพระบาง เดิมเมืองนี้ชื่อว่าเมือง “ เมืองชวา “ แล้วเปลี่ยนมาเป็น “ เชียงดงเชียงทอง“ หลังจากอันเชิญพระบางมาจากประเทศเขมรมาประดิษฐานอยู่เมืองนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นเมือง “ หลวงพระบาง“เมืองหลวงแห่งอาณาจักรลานช้าง จากนั้นนำท่านชม วัดวิชุน ที่สร้างในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี ค.ศ.1503 – 1504 วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ รูปทรงคล้ายแตงโม ชาวลาวเรียกว่า “ พระธาตุหมากโม ” เจดีย์นี้เคยทรุดโทรมมากเพราะถูกพวกฮ่อเข้ามาปล้นในปี ค.ศ.1895 ต่อมาพระเจ้าสักกะลินได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่ และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2427 )และได้ ค้นพบโบราณวัตถุที่มีค่ามากมาย ปัจจุบันได้นำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีโบสถ์ทำด้วยไม้แกะสลักฉลุลวดลายที่งดงามมากเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง และเป็นแหล่งรวมผลงานฝีมือช่างสกุลต่างๆเพราะผ่านการซ่อมมาหลายยุค หลายสมัยทำให้ พุทธสถาปัตย์ ที่วัดวิชุนแห่งนี้มีความโดดเด่นแตกต่างจากวัดอื่นๆในหลวงพระบาง

เวลา 18.00 น.
บริการอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าพัก ณ โรงแรมที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย


v วันที่สามของการเดินทาง v หลวงพระบาง-เวียงจันทร์-วังเวียง

เวลา 05.30 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่วังเวียง

เวลา 12.30 น.
เถึงวังเวียง บริการอาหารกลางวันที่ร้านอาหารพื้นเมือง

หลังจากทานอาหารกลางวัน นำคณะเที่ยวชมวังเวียง หรือเรียกอีก อย่างว่า "กุ้ยหลินลาว"ชมบรรยากาศ ยามเย็นริมแม่ น้ำซอง, ชมถ้ำจัง เป็นถ้ำหินงอก หินย้อยและมีน้ำแร่ไหลลงมา

เย็น
เช็คอิน เข้าโรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารเย็น พักผ่อนอิสระ


v วันที่สี่ของการเดินทาง v วังเวียง - เวียงจันทร์-ไทย

เวลา 06.00 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์ ออกเดินทางกลับประเทศไทย

ถึงเวียงจันทร์

เวลา 12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางสู่ตลาดเช้า เป็นตลาดที่เปิดทั้งวันให้ท่านได้เลือกซื้อและเลือกชมสินค้านานาชาติของเวียงจันทร์ มีทั้งของที่ระลึก ของพื้นเมือง เครื่องเงิน และผ้าไหม

ได้เวลาเดินทางสู่สะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อของฝากที่ร้านค้าปลอดภาษี
และผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง เดินทางกลับเข้าประเทศไทยออกเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ฯ

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ พักผ่อนบนรถ 1คืน เช้าเดินทางถึงกรุงเทพฯ แยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสุข และ ประทับใจ
________________________________________

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสรับใช้ท่านและคณะ
ขอขอบพระคุณ

ราตรี แสงรุ่งเรือง
ผู้จัดการ / เจ้าของกิจการ อรัญ-ศรีโสภณ

Powered by MakeWebEasy.com