พม่า 4วัน 3 คืน กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง - เจดีย์ชเวดากอง - พระธาตุอินแขวน

(เดินทางโดยเครื่องบิน)

Share

Your like button code

Share

รายละเอียดสินค้า

โปรแกรม 4 วัน 3 คืนย่างกุ้ง – หงสาวดี-สิเรียม-พระธาตุอินทร์แขวน
ไปเครื่อง กลับเครื่องโดยสายการบินนกแอร์

วันแรกของการเดินทาง    กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – สิเรียม – วัดกาบาเอ – ตลาดสก๊อต   ( - / L /D )
04.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง เคาท์เตอร์นกแอร์

06.20 น. นำท่านเหิรฟ้าสู่ กรุงย่างกุ้ง ประเทศ พม่า โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4230

07.05 น. ถึงสนามบินเมงกะลาดง  กรุงย่างกุ้ง ทำพิธีการตรวจคนเข้า (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย

             3 0 นาที) เสร็จพิธีผ่านตรวจคนเข้าเมืองเดินทางโดยรถสู่ เมืองหงสาวดี (บะโค) ซึ่งใน

             อดีตเป็นเมืองหลวงแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และอายุมากกว่า 400 ปีอยู่

            ห่างจากเมืองย่างกุ้ง( ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ซ.ม.)

             ชม เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตา

             ซึ่งเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี สัญลักษณ์ยืนยันความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่

             เมืองของกรุงหงสาวดีมาช้านาน นำเชิญท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวมอญและชาวพม่า

             เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ในพงศาวดีดารของพม่าบันทึกว่าพระนเรศวรและพระสุพรรณ

             กัลยาเคยมาสักการะด้วย นำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง   พระราชวังแห่งเมืองหงสาวดี หรือ

            พะโค ของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 

            ชื่อ กัมโพชธานี (KanbawzathadiPalace)  เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้

            ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็น พระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์

            ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย  จน ถึงสมัย

            พระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดี

            พระราชวังถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง

            ด้วยกบฏยะไข่ พร้อม ๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจเสื่อมลง  จนกระทั่งในปี

            พ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดิน

            ออกมาเท่านั้น และได้มีการเร่งสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้ง

            หลัง ทั้งที่พื้นดินบริเวณโดยรอบได้ขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเชื่อว่ายังมีอยู่อีก

            จำนวนมากที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา แต่ได้ถูกทางการสร้างพระราชวังทับลงไปแล้ว แต่ซากไม้ที่

             ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัว

           อักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ภายในพระราชวัง มีพระราชบัลลังก์ที่มีชื่อว่า บัลลังก์

            ภุมรินทร์หรือ บัลลังก์ผึ้ง ซึ่งสร้างขึ้นมาจากคติเรื่องจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู

            ปัจจุบัน พระราชวังกัมโพชธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของหงสาวดีและประเทศพม่า

เที่ยง     บริการอาหารกลาววัน ณ ภัตตาคาร( เมนูพิเศษกุ้งแม่น้ำ )

          หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ ดินปุนแค้มป์ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง(ต้อง

          เปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น) เมื่อถึงยอดดอยแล้วพาท่านเดินต่อไปยังองค์พระธาตุอินทร์แขวน ชม

          ทัศนียภาพอันสวยงามของสองข้างทาง ทัศนียภาพงดงามมากท่ามกลางขุนเขาทะเลหมอก

           พร้อมสัมผัสความเย็นซึ่งค่อย ๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เดินทางจนถึงที่พักโรงแรมไจ้ทีโย เป็นโรง

           แรมที่อยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุดซึ่งอยู่โรงแรมเดียวเท่านั้น

ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม หลังอาหารค่ำที่โรงแรม เชิญท่านไปนมัสการ

          พระธาตุ ตามอัธยาศัยบริเวณ พระธาตุอินทร์แขวน หรือก้อนหินทอง ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาด

          เล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทองที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผา ซึ่งถือว่า

          เป็นสิ่งมหัศจรรย์  โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้นมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้กราบ 3ครั้ง ผู้นั่น

          จะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการสามารถนั่ง

          สมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน  สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการ กลางแจ้งเป็นเวลานาน

          ที่บริเวณระเบียงที่ยืนสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว  พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิด

          สำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น.

วันที่สองของการเดินทาง พระธาตุอินแขวน – วัดพระใฝ่เลื่อน – วัดไจ้ตะวาย - พระนอนยิ้มหวาน –

วัดไจ้ปุ่น-นาฏศิลป์พม่า              ( B /L/D)
05.00 น. เชิญท่านนมัสการ พระธาตอินทร์แขวน หรือใส่บาตรตามอัธยาศัยใส่บาตรพระสงฆ์หรือ

             ถวายข้าวพระพุทธ และมนัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายรูป และชมทัศนียภาพรอบๆ

             พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไรโดยไม่โค่นล้มหรือหล่น

             ลงมา มีความเชื่อว่าศาสนาว่าพระอินทร์นำมาแขวนไว้ จุดนี้ทำให้มีวิทยาศาตร์มีความหมาย              

06.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และจัดเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับ

            ออกเดิน ทางกลับ  ถึงคินปุนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถยนต์ปรับอากาศ กลับเมือง หงสาวดี

            (พะโค) จากนั้นนำท่านนมัสการวัดใจ๋ป๋อรอ (วัดพระไฝเลื่อน) มีอายุมากกว่า 2,000 ปี

            ซึ่งมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ รายการ National Geographic Society

            ได้เคยมาถ่ายทำสารคดีที่นี้มากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้ง ตำแหน่งไฝที่บริเวณหน้า

              ผากจะไม่ตรงกันเลยซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก  นำท่านชม วัดไจ้คะวาย (kyakhat

            wine monastery)เราไปถึงวัดไจ้คะวายราว 11 โมง ตามโปรแกรมแล้วจะต้องไปตัก

            บาตรและถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่เจ้าอาวาส รออยู่ไม่นานก็เห็นพระพม่าเป็นจำนวนมาก

            เดินเรียงแถวออกมาจากด้านหลัง เพื่อรับบิณฑบาตรจากนักท่องเที่ยวด้วยข้าวสวยที่ทาง

            วัดเตรียมไว้ในในหม้อใบ ใหญ่(มากๆ) จากนั้นก็จะเข้าไปในอาคารฉันท์ที่สามารถจุพระภิกษุ

            ได้เป็นจำนวนหลายร้อยรูป เมื่อพระเดินเข้ามาแล้วก็จะนั่งพื้นล้อมวงเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มมี

            โต๊ะกลมที่จัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว พอได้เวลาเจ้าอาวาสก็จะนำสวด จากนั้นก็ฉันฑ์

            พร้อมๆกัน ก็เป็นขั้นตอนที่ดูเรียบง่ายสำหรับวัดที่มีพระจำนวนหลายร้อยรูป และเหตุที่มีพระ

            มากเช่นนี้ ก็เนื่องจากวัดไจ้คะวายเป็นสถานศึกษาพระปริยัติ คล้ายกับวิทยาลัยสงฆ์ในบ้านเรา

            แต่พระที่มาเรียนมาศึกษาจะต้องอยู่ประจำที่นี่ไม่ต่างกับเป็นโรงเรียนกิน-นอนในสมัยก่อน

           ( สิ่งของที่คนไทยนำมาถวายพระในวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวของเครื่องใช้เพื่อ การศึกษาเช่น

            สมุด ปากกา ดินสอ อาหารแห้ง บางคนก็ถวายเงินตาม ศรัทธาบางคนถวายเงินเป็นค่าข้าวสาร

            จำนวน 1 กระสอบ)

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

            แล้วกราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง (พระนอนยิ้มหวาน) ที่เมืองหงสาวดี พระ

            นอนที่งดงามที่สุดในพม่า บรรยายถึงความงดงามของพระนอนชเวตาเลียงไว้ว่า "พระนอนองค์

            นี้ราวกับมีชีวิตจริงๆ" พระวรกายเป็นสีขาวนวลคล้ายผิวพม่า จีวรที่คลุมพระวรกายนั้นเป็นสีทอง

            สุขปลั่ง พระเกศาดำสนิทและมุ่นเป็นกระจุกไว้กลางพระเศียร  พระเขนยที่ทรงหนุนประดับมุก

            งดงามมาก  พระขนงดำสนิทและโค้งงามตามธรรมชาติ พระเนตรดำสนิทเหมือนปุถุชน ทรงลืม

            พระเนตรแต่พองาม  พระโอษฐ์ทรงแย้มน้อยๆแสดงถึงพระมหากรุณาอันเปี่ยมอยู่ในพระทัย

             เป็นภาพที่งดงามตรึงตราตรึงใจยิ่งนัก   จากนั้น วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น   มี อายุกว่า 500 ปี เป็น

             วัดที่สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปทุกทิศ แทนความ

              หมายถึง พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ มีตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้ง 4องค์ของกษัตริย์มอญ

              ที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่า"จะไม่ข้องแวะ

             กับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน" จึง

             เกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้อง พังทลายลงมา จนต้องมีการสร้าง

             ขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็น

             ศิลปะแบบพม่า
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารการะเวก (บุพเฟ่ต์) พร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์ของพม่าอันงดงาม

             อ่อนช้อย ที่ภัตตาคารการะเวก บนทะเลสาบหลวง ซึ่งภัตตาคารนี้ สร้างขึ้นในปี 2513 โดยเลียนแบบ

             เรือกัญญาหัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ป่าในหิมพานต์พร้อมทิวทัศน์ของมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งมี

              ความงดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง  ได้เวลาพอสมควรนำท่านเข้าพักที่โรงแรม Cover  hotel 

              หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง ย่างกุ้ง – สิเรียม -  เจดีย์โบทาวน์ – รูปเทพทันใจ – ตลาดสก็อต -

เจดีย์ชเวดากอง             ( B/L/D)
07.00 น.  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของ นำท่านเดินทางสู่เมืองสิเรียม ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ

              45 กิโลเมตร เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสตั้งแต่ในสมัย นายพล ฟิลิป เดอ บริโต ยี

              นิโคเด จนมาสิ้นสุดเมื่อปี พ.ศ.2156 ร่วมสมัยพระเจ้าทรงธรรมกรุงศรีอยุธยา ท่านจะเป็นเศษกำแพง

              สไตล์ ลูซิตา เนียนบาโรก (lusitanian Baruquc) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี

              ชมความสวยงามแปลกตาของเมืองนำท่านชม พระเจดีย์เยเลพญา (KVAUKTAN) บนเกาะกลางน้ำ

              ที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะ สามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาด

              ใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ

13.00 น.  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         นำท่านสู่เจดีย์โบดาทาวน์ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2,000 ปี

              ก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่าพระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาการให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1,000 นาย

              ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่อัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง

              หรือเมืองตากอง ณ บริเวณ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศาธาตุไว้ 1 เส้น

              บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชาก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ (ท่านสามารถมอง

              เห็นธาตุด้วยสายตาของท่านเอง) นำท่านสักการะรูปปั้นเทพทันใจ  (นัตโบโบยี)  ซึ่งชาวพม่าให้

              ความเคารพอย่างมากและนิยมนำมาขอพร  ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมปรารถนาทันทีจากนั้นให้

              นำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาด “สก๊อตมาร์เก็ต” (Scott Market) หรือ ตลาดโบโจ๊ก

              ซึ่งสร้างโดยชาวสก็อต สมัยเมื่อครั้ง พม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ อิสระให้ท่าน

             ช้อปปิ้งที่ ตลาดโบโจ๊ก (Bogyoke Market)ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าความหลากหลาย

             ของสินค้าของฝากของที่ระลึกมากมายราคาถูก อาทิ อัญมณี ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องเงิน

             เครื่องหวาย งานฝีมือ เช่น ผ้าปูโต๊ะที่มีความสวยงามและราคาถูกมาก ผ้าโสร่งหญิงชายที่มีลวดลาย

            งามมาก  ไม้และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่อง

            เงินพม่า

เย็น        นำท่าน  นมัสการเจดีย์ชเวดากอง  พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่า อายุกว่าสองพันห้าร้อยปี 

             ห่อหุ้มทองคำหนักยี่สิบสามพระองค์  บนยอดประทับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่าง ๆ  จำนวน  5,428 

             เม็ด  และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดอธิษฐาน  ณ  จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์  และสรงน้ำพระ

             ประจำวันเกิด

19.00 น.   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นสู่ที่โรงแรมที่พัก 

วันที่สี่ของการเดินทาง   พระนอนตาหวาน – วัดพระเขี้ยวแก้ว – วัดพระหินขาว – ปางช้างเผือก   - 

 กรุงเทพฯ      ( B /L / D )
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า  ณ  โรงแรมที่พัก

09.00 น. เช็คเอ้าท์  แล้วนำท่านสักการะพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี(Kyauk Htat Gyi) ซึ่งเป็นพระ

             ที่มีความสวยงามที่สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาท

             ซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะขอ’ไทย ที่มีความยาวถึง 70 เมตร   วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี 

              พระเขี้ยวแก้ว (buddha tooth relic) ที่ประเทศพม่าได้มาจากศรีลังกาส่วนนอกคือเมืองโคลัมโบ

              (ภาษาบาลีเรียกว่า กุลุมพุนคเร)เวลานั้นกษัตริย์โคลัมโบ คือ พระเจ้าธรรมปาละ ได้มอบพระเขี้ยว

             แก้วพร้อมพระธิดาให้แก่ กษัตริย์พม่า ชื่อ บุเรงนอง ประดิษฐานในวังเมืองหงสาวดี ประเทศพม่า

            อันนี้ปรากฏในจดมหายเหตุประเทศพม่านะ  พ.ศ.๒๑๐๖ กษัตริย์บุเรงนองให้ทูตไปขอเจ้าหญิงลังกา

              มาเป็นมเหษี พวกทูตมาขึ้นที่เมืองกุลุมพุนคเรเวลานั้นพระเจ้าธรรมปาละ ได้มอบพระทันตธาตุหุ้มด้วย

              ทองคำบรรจุในพระเจดีย์ประดับพลอย ทูตก็อ้อนวอนขอดู อำมาตย์ก็ไม่ค่อยจะยอมนัก แต่เสียอ้อนวอน

              ไม่ได้ก็พาไปดูในเวลากลางคืนทูตพม่าเห็นเข้าเลื่อมใสนัก รีบสวดมนต์เป็นการใหญ่ แล้วเจรจาขอแลก

              ด้วยทองคำสิบหมื่น อำมาตย์จึงยอมตกลง ทูตพม่าจึงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วแห่แหนมาทางทะเล ครั้นถึง

              ท่าเมืองหงสาวดี ก็เชิญพระเขี้ยวแก้วใส่มณฑปผูกแพล่องขึ้นมาตามลำน้ำ สองฝั่งแม่น้ำมีเสียงร้องสาธุ

              การของพม่ารามัญ พระเจ้าบุเรงนองเองรีบเข้าที่สรงประพรมด้วยน้ำหอมแล้วแต่งพระองค์ใหม่ เสด็จลง

              มากราบและเชิญพระธาตุ แล้วอัญเชิญมณฑปพระทันตธาตุทูนใส่พระเศียร เสด็จดำเนินไปในกระบวน

             แห่สู่พระราชวัง โปรดให้สมโภชถึงสองเดือน แล้วสร้างพระวิหารประดิษฐานพระทันตธาตุบูชาไว้ในพระ

             ราชฐาน ปัจจุบันชาวพม่าไปสักการะไม่ขาดสาย

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

13.00 น. นมัสการวัดพระหินขาว หรือที่มีชื่อเรียกอย่างทางการว่า “Lawka Chantha Abaya Labamuni

             Buddha Image” พระหินขาวนี้สร้างจากหินขาวที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ

             สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริก

             ธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและ

             ประทานความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีการนำหินที่เหลือมาสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษ

              ฐานอยู่ บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปด้วย และชมปางช้างเผือก นำท่านชมช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้าน

              คู่เมืองของพม่ามีสีขาวเผือก         ตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุก

             ประการ

18.00 น.  รับประทานอาหารเย็น ก่อนเดินทางสู่สนามบิน

21.00 น.  นำท่านเหิรฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน นกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4239

22.45 น.  เดินทางถึงสนามบินนานาชาติดอนเมืองเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และประทับใจมิรู้ลืม

 

 

 
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสรับใช้ท่านและคณะ
ขอขอบพระคุณ

ราตรี แสงรุ่งเรือง
ผู้จัดการ / เจ้าของกิจการ อรัญ-ศรีโสภณ

สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com